[Theory]ทฤษฏีความทันสมัย1

posted on 29 Jan 2011 22:33 by sodev52 in Theory

ทฤษฏีความทันสมัย (Modernization Theory)

              เป็น ที่ทราบกันอยู่แล้วว่าแนวคิดกระแสหลักที่เน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือทฤษฎีการพัฒนาเศรษฐกิจจากประเทศตะวันตกที่ต้องการใช้ตัวแบบของการพัฒนา ของประเทศตะวันตกเป็นแม่แบบในการพัฒนาประเทศที่ด้อยพัฒนาต่างๆ ซึ่งมีนักวิชาการหลายท่านให้ความหมายว่าเป็น “Westernization” ถ้า หากจะกล่าวโดยสรุปแล้ว ทฤษฎีนี้เสนอว่า การพัฒนา คือ การแก้ไขปัญหาความล้าหลังทางเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถกระทำได้โดยการใช้ทรัพยากรของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป้าหมายหลักของการพัฒนา คือ การเพิ่มรายได้ประชาชาติการยกระดับกิจกรรมการผลิต การลงทุน การออมทรัพย์ จะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ทฤษฎีกระแสหลักไม่ให้ความสนใจโดยตรงแก่เรื่องความยากจน เพราะทฤษฎีนี้เชื่อว่า ความเจริญทางเศรษฐกิจและการเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจจะสามารถช่วยลดปัญหา ความยากจนได้

              แนว คิดทฤษฎีภาวะทันสมัยเป็นแนวคิดที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ความเจริญหรือการพัฒนาสามารถที่จะแผ่ขยายจากสังคม หรือประเทศที่เจริญกว่าไปยังสังคมหรือประเทศที่ล้าหลัง โดยประเทศที่เจริญกว่าเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ที่เห็นว่าจำเป็น เช่น ความช่วยเหลือทางวิชาการ และทางเศรษฐกิจ เป็นต้น เพื่อให้ประเทศที่ล้าหลังสามารถเปลี่ยนแปลงสภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาวะทางเศรษฐกิจสังคม การเมือง หรือการบริหารให้มีลักษณะเหมือนกับประเทศที่เจริญแล้วเคยใช้มา สมมติฐานของภาวะทันสมัยนี้ได รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริงเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกาในการช่วยเหลือฟื้นฟูยุโรปตะวันตก และญี่ปุ่นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ มีสมมติฐานเดียวกันนี้เมื่อนำมาใช้กับประเทศกำลังพัฒนาก็ปรากฏว่าไม่จริง เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากประเทศกำลังพัฒนาที่ได้รับการช่วยเหลือจากประเทศอุตสาหกรรมตะวันตก ไม สามารถสร้างความเจริญและพัฒนาประเทศด้วยตนเองได้

                นอก จากนั้นแนวคิดทฤษฎีนี้มีความเชื่อว่าสังคม เป็นระบบและมีความสมดุล แต่ในความสมดุลก็ยังไม่มีการพัฒนาหรือความเจริญอย่างเต็มที่ ซึ่งตามหลักคิดของทฤษฎีนี้เชื่อว่าถาต้องการให้สังคมมีความเจริญก็มีความจํา เป็นต้องนําสิ่งที่เจริญแล้วเขาสู่ประเทศที่กําลังพัฒนา โดยการโยกย้ายถ่ายเทสิ่งที่ทันสมัยก้าวเข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนานั้น และประเทศเหล่านั้นก็จะมีขบวนการปรับเปลี่ยนหรือโยกย้าย และผสมผสานกลมกลืน ปรับสภาพหรือสภาวะสังคมให้มีรูปแบบตามสิ่งที่นำเข้าเหมือนเส้นตรง เพื่อให้ขบวนการปรับเปลี่ยนโยกย้าย และผสมผสาน สังคมล้าสมัยให้เปลี่ยนเป็นสังคมทันสมัยตามสิ่งที่นำเข้า โดยเน้นที่การสร้างสถาบันต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งสร้างความทันสมัย ตามแนวคิดและกลไกการพัฒนา ถึงอย่างไรก็ตามนักวิชาการส่วนหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับการเลียนแบบประเทศที่เจริญแล ว และไม่เห็นด้วยกับการรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่มีผลเสีย และข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ต้องรับเอาแบบแผนของสถาบัน และการดำรงชีวิตของประเทศที่ให้ความช่วยเหลือมาเปลี่ยนแปลงสถาบัน และการดำรงชีวิตของประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งแตกต่างกับประเทศที่พัฒนาแล้ว การเปลี่ยนแปลงจึงไม่สำเร็จและเป็นการเปลี่ยนแปลงแต่รูปแบบภายนอกอย่าง ผิวเผิน ความช่วยเหลือที่ให้มาก็มีเงื่อนไขที่เอารัดเอาเปรียบมาก เช่น ต้องใช้ เงินกู้ยืมของประเทศผู้ให้กู้ ด้วยราคาที่สูงกว่าซื้อจากที่อื่นๆ และต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญจากผู้ให้กู้ เป็นต้น

               จาก ที่ได้กล่าวมานี้นับว่าเป็นแนวคิดกระแสหลัก โดยมีอิทธิพลมาจากโลกตะวันตกที่ต้องการจะพัฒนาประเทศที่กำลังพัฒนาต่างๆ ให้มีความทันสมัย โดยยึดตัวแบบของประเทศตะวันตกเป็นแม่แบบ ซึ่งถ้าหากจะกล่าวไปแล้วความสำเร็จของการพัฒนาตามแนวกระแสหลักนี้มิได้ จะสำเร็จได้ ตามเป้าหมายทุกประการ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ความสำเร็จก็ยังคงมีอยู่พอสมควร แต่สิ่งที่ควรจะคำนึงถึงต่อไปก็คือ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังจากดำเนินการพัฒนาไปแล้ว ว่าอะไรคือปัญหาที่สำคัญ และปัญหาเหล่านั้นมีทางแก้ไขอย่างไร เพื่อที่ปรับกระบวนการในการพัฒนาไป แนวทางที่จะเกื้อกูลต่อการสร้างสภาวะหลุดพ้นจากความด้อยพัฒนาได้ในที่สุด

               ที่มาของทฤษฎี

ทฤษฎีภาวะความทันสมัยเกิดจากความสำเร็จอย่างรวดเร็วของโครงการมาร์แชล (Marshall Plan) ที่ สหรัฐอเมริกาช่วยเหลือประเทศต่างๆในยุโรป เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และสังคมวิทยา ได้ประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ

วิวัฒนาการทางความคิดของทฤษฎีความทันสมัย
               ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกตะวันตกไม่สนใจสังคมภายนอกมากนัก
               หลัง สงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกต่างๆมากมาย มีประเทศเกิดใหม่มากมายทั่วโลกที่ได้รับอิสรภาพจากการตกเป็นประเทศอาณานิคม ของประเทศตะวันตก ซึ่งประเทศเหล่านี้มีสถานภาพและสภาพแตกต่างจากโลกตะวันตก รวมถึงความซับซ้อนต่างๆ เกิดสภาพของการไม่พัฒนาให้เห็น
              ช่วง สงครามเย็นผู้นำค่ายเสรี (สหรัฐอเมริกา) และผู้นำค่ายสังคมนิยม (สหภาพโซเวียต) ต่างพากันหาพันธมิตรโดยให้ความช่วยเหลือทั้งทางทหาร การแทรกแทรงการเมืองภายใน และการช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจกับประเทศต่างทั่วโลกที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ของทั้งสองค่าย แต่จากการที่มีความแตกต่างกันมากระหว่างประเทศผู้ช่วยเหลือและประเทศที่รับ ความช่วยเหลือ ทำให้ประเทศที่ได้รับการช่วยเหลือไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่พัฒนา เท่าทันประเทศผู้ช่วยเหลือได้กลับต้องกลายเป็นภาระแทน ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ๆขึ้นมาเพื่อศึกษาความแตกต่าง และอธิบายถึงการพัฒนาและการยังไม่พัฒนาของประเทศด้อยพัฒนา

               ช่วง ปี ค.ศ. 1950-1960 ที่นำโดยนักเศรษฐศาสตร์พยายามหาแนวคิดมาอธิบายสภาพการณ์การพัฒนาในประเทศ ด้วยพัฒนา ที่กำลังตกอยู่ภายใต้การครอบงำของแนวคิด ความทันสมัย (Modernization)

นัก เศรษฐศาสตร์เสนอรูปแบบการพัฒนาให้ความสำคัญต่อการแก้ปัญหาการรักษาการเติบโต ทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและการระดมทุนในรูปแบบต่างๆ โดยนำประสบการณ์ที่ประเทศตะวันตกไปใช้กับประเทศด้วยพัฒนา และพบว่าแนวทางพัฒนานี้ไม่เหมาะสมกับประเทศด้วยพัฒนาซึ่งมีความแตกต่างและมี ต้นเหตุของปัญหาที่ซับซ้อนมาก จึงจำเป็นที่นักคิดนักวิชาการหลากหลายสาขาต่างพร้อมกันอธิบายปรากฏการณ์นี้

นิยามของทฤษฏีความทันสมัย
               Wilbert Moore (1963): ทฤษฏี ความทันสมัยหมายถึง การเปลี่ยนผ่านของสังคมเดิมไปสู่สังคมของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และเกี่ยวพันธ์กับเสถียรภาพของประเทศตะวันตก สถาบันการเมืองที่ทรงประสิทธิภาพเป็นผู้ตัดสินนโยบาย การประเมินทัศนะ และปัญหาการพัฒนาของตนเอง
           Cyril Black (1967): กระบวน การของการพัฒนาทางปฏิวัติเศรษฐกิจของสถาบันต่างๆซึ่งปรับตัวให้เข้ากับการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นผลมาจากความรู้ที่ขยายตัวมาก ขึ้นของมนุษย์ซึ่งทำให้มนุษย์สามารถควบคุมสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์อยู่ได้ ประกอบกับการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์

              ทั้งสองนิยามมีส่วนที่เหมือนได้แก่

การแบ่งโลกออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนดั้งเดิม (Traditional) กับส่วนที่ทันสมัย (Modern)

มีการเปลี่ยนแปลงจากยุคไปสู่ยุอีกยุคหนึ่งโดยผ่านกระบวนการของความทันสมัย

การ ที่ความแตกต่างมีมากขึ้น ประกอบกับการบูรณาการของสังคมเก่ากับสังคมที่เกิดขึ้นใหม่ทำให้ต้องมีการ ศึกษาเรื่องนี้ เกิดสำนักคิดว่าด้วยเรื่องความทันสมัยขึ้นมา อย่างไรก็ตาม Smelser (1963) Hoselitz (1960) และ Talcott Parsons (1951) ไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายของ Durkheim

Durkheim แบ่งสังคมออกเป็น 2 ส่วนคือ

1. Mechanical Solidarity โดยเปรียบสังคมเสมือนเครื่องจักร แต่ละส่วนของสังคม สามารถทำงานร่วมกัน ตามวิถีการผลิตเพื่อการยังชีพ มีวิถีการผลิตคล้ายกัน

2. Organic Solidarity โดย ที่แต่ละส่วนของสังคมทำหน้าที่แตกต่างกันแต่ต้องอยู่รวมกัน มีความสัมพันธ์กัน มีการแบ่งงานกันทำเกิดความแตกต่างในหน้าที่การทำงาน ต้องพึ่งพาอาศัยกัน

Tonnies แบ่งสังคมออกเป็น 2 ส่วนคือ

1. Gemeinschaft (หุ้นส่วน สมาคม บริษัท)

2. Gesellschaft (พวกคณะ)

Robert Redfield (1941, 1947) แบ่งสังคมออกเป็น 2 แบบคือ

1. Folk เป็นสังคมที่มีขนาดเล็ก แยกตัวออกจากสังคมใหญ่ ไม่รู้หนังสือ ละมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสูง

2. Urban เป็นสังคมที่มีขนาดใหญ่กว่าไม่แยกออกจากกันมีการศึกษา มีความแตกต่างกันในด้านการดำรงชีวิต

 

edit @ 29 Jan 2011 22:52:10 by sodev

edit @ 29 Jan 2011 23:43:19 by sodev

edit @ 30 Jan 2011 00:10:51 by sodev

edit @ 5 Feb 2011 12:02:48 by watcharin

Comment

Comment:

Tweet

Excellent write-up and I will be sure to look back later for a lot more articles.

#3703 By (66.234.56.53|66.234.56.53) on 2015-04-08 21:12

I was wondering if you ever thought of changing the structure of your blog? Its very well written; I love what youve got to say. But maybe you could a little more in the way of content so people could connect with it better. Youve got an awful lot of text for only having one or two images. Maybe you could space it out better?
http://www.shoessaleme.com/

#3702 By http://www.shoessaleme.com/ (76.164.214.45|76.164.214.45) on 2014-08-15 15:53

Hola! I've been following your web site for a while now and finally got the courage to go ahead and give you a shout out from Humble Texas! Just wanted to mention keep up the great job!
http://www.shoessaleme.com/

#3701 By http://www.shoessaleme.com/ (76.164.214.45|76.164.214.45) on 2014-08-15 15:52

When I initially commented I clicked the "Notify me when new comments are added" checkbox and now each time a comment is added I get several emails with the same comment. Is there any way you can remove people from that service? Thanks a lot!
http://www.shoessaleme.com/

#3699 By http://www.shoessaleme.com/ (76.164.214.45|76.164.214.45) on 2014-08-15 15:52

Everyone loves what you guys are up too. Such clever work and reporting! Keep up the very good works guys I've added you guys to my blogroll.
http://www.shoessaleme.com/

#3700 By http://www.shoessaleme.com/ (76.164.214.45|76.164.214.45) on 2014-08-15 15:52

Have you ever considered about adding a little bit more than just your articles? I mean, what you say is fundamental and all. Nevertheless think about if you added some great pictures or video clips to give your posts more, "pop"! Your content is excellent but with images and video clips, this site could definitely be one of the best in its niche. Superb blog!
http://www.shoessaleme.com/